ขุนพลเสือดาวกำลังเตรียมลงเล่นเกมตัดสิน ในศึกเพลย์ออฟเวิลด์คัพ 2026 ซึ่งมีกำหนดแข่งที่กวาดาลาฮารา ในวันที่ 31 มีนาคม เพื่อลุ้นผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลก หลังจากห่างเวทีโลกมานานกว่าครึ่งศตวรรษ
กุนซือรายนี้ไม่เคยเห็นทีมชาติคองโกไปฟุตบอลโลกด้วยตาตัวเอง แต่ตอนนี้เขามีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ ด้วยการพาทีมเข้าสู่รอบสุดท้ายเป็นครั้งที่สอง
เพื่อคว้าตั๋วใบสำคัญ ทีมของเขาจำเป็นต้องเอาชนะคู่แข่ง ระหว่างจาเมกาหรือนิวแคลิโดเนียในรอบชิงชนะเลิศ ก่อนแข่งจริงจะอุ่นเครื่องกับเบอร์มิวดา
“เรากำลังเดินมาถูกทาง และทีมพร้อมเต็มร้อย”
กุนซือคองโกย้ำว่าทีมยังคงยึดมั่นในเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่เข้ามาคุมทีม โดยเกมนัดชิงนี้จะเป็นนัดที่ 13 ของเส้นทางคัดเลือก ซึ่งถือเป็นการเดินทางที่ยาวนานและเต็มไปด้วยบททดสอบ“ประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่หล่อหลอมทีมให้แข็งแกร่ง” เขากล่าว
เกมรับเหนียวแน่น เกมรุกมีประสิทธิภาพ และทีมเวิร์กสำคัญ
คองโกเสียเพียง 1 ประตูจาก 4 นัดหลังสุดในรอบคัดเลือก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในเกมรับ เกมรุกมีความเฉียบคมมากขึ้น จากผู้เล่นคุณภาพและความเข้าใจในทีมโค้ชคองโกชี้ว่าความเป็นหนึ่งเดียวคือหัวใจของทีม ทีมเล่นกันเป็นหนึ่งเดียว ทั้งรุกและรับ เหมือนทหารในสนามรบ
“เราพร้อมสู้เต็มที่กับทุกทีม”
ถึงแม้ต้องเจอกับคู่แข่งอย่างจาเมกาหรือ นิวแคลิโดเนีย เขาย้ำว่าทีมพร้อมเต็มที่และไม่หวั่นคู่แข่ง โดยหวังทำผลงานระดับเดียวกับเกมที่ชนะไนจีเรียเขาย้ำว่าทีมต้องโฟกัสและไม่ให้ความกดดันมารบกวน
90 นาทีแห่งประวัติศาสตร์
การแข่งขันวันที่ 31 ฟุตบอลโลก 2026 มีนาคม คือเกมชี้ชะตา เพราะเหลือเพียง 90 นาทีสู่ฟุตบอลโลก“เราจะเล่นเต็มที่เพื่อประเทศ และผมเชื่อว่าทั้งชาติจะจับตาเกมนี้” เขากล่าว
ความหวังของเดซาเบร และบททดสอบของคองโก
สำหรับเขา การผ่านเข้ารอบคือความสำเร็จของทั้งทีมงานและนักเตะ หลังจากเข้ามาในช่วงที่ทีมมีปัญหา และเขายังเชื่อในศักยภาพของทีมด้วยประสบการณ์คุมทีมในหลายประเทศ ทั้งฝรั่งเศส ตูนิเซีย โมร็อกโก และอียิปต์ เขาตั้งเป้าจะไปฟุตบอลโลกในฐานะเฮดโค้ช
ฟุตบอลโลกในความทรงจำของเดซาเบร
เดซาเบรพูดถึงความทรงจำในฟุตบอลโลก โดยเฉพาะปี 2010 และปี 1998 ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาประทับใจมากเขายังกล่าวถึงเกมระดับตำนานระหว่างฝรั่งเศสกับบราซิลในปี 1986 ซึ่งเป็นสนามเดียวกับเกมชี้ชะตาของเขาในครั้งนี้